ขนุน

ขนุน

Artocarpus heterophyllus

ชื่อวงศ์พรรณไม้

ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ สูง 15-30 ม ลำต้นและกิ่งเมื่อมีบาดแผลจะมีน้ำยางสีขาวข้นคล้ายน้ำนมไหล ใบเดี่ยว เรียงสลับ แผ่นใบรูปรี ขนาดกว้าง 5-8 ซม. ยาว 10-15 ซม. ปลายใบทู่ถึงแหลม โคนใบมน ผิวในด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน เนื้อใบหนา ดอกเป็นช่อแบบช่อเชิงลดแยกเพศอยู่รวมกัน เป็นช่อสีเขียว อัดกันแน่น แยกเพศ แต่อยู่บนต้นเดียวกัน ช่อดอกตัวผู้ออกตามปลายกิ่งหรือซอกใบ เป็นแท่งยาว ช่อดอกตัวเมียเป็นแท่งกลมยาว ออกตามลำต้นหรือกิ่งใหญ่ เมื่อติดผล ดอกทั้งช่อจะเจริญร่วมกันเป็นผลรวมมีขนาดใหญ่ โดย 1 ดอกกลายเป็น 1 ยวง ในผล ผลดิบเปลือกสีเขียว หนามทู่ ถ้ากรีดเปลือกจะมียางเหนียว เมื่อแก่ เปลือกสีน้ำตาลอ่อนอมเหลือง หนามจะป้านขึ้น ภายในผลมีซังขนุนหุ้มยวงสีเหลืองไว้ เมล็ดอยู่ในยวง

การนำไปใช้ประโยนชน์

ขนุนเป็นผลไม้ที่นิยมรับประทานในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื้อขนุนสุกใช้รับประทานเป็นผลไม้ และใช้ทำขนมได้หลายชนิด เช่น ใส่ในไอศกรีม ลอดช่องสิงคโปร์ รวมมิตร กินกับข้าวเหนียวมูน หรือนำไปอบแห้ง ใช้กินเป็นของว่าง ขนุนอ่อนนำมาปรุงอาหารใช้เป็นผัก เช่นใส่ในแกง ยำ ส้มตำ เมล็ดนำมาต้ม รับประทานได้ แก่นไม้ใช้ย้อมสีจีวรของพระภิกษุ เนื้อไม้ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ เครื่องดนตรี

แหล่งที่พบ

มะม่วงพิมเสน

มะม่วงพิมเสน

Manaifera indica Linn.

ชื่อวงศ์พรรณไม้

ไม้พุ่มยืนต้น สูง 10-20 ม. แตกกิ่งก้านสาขาหนาแน่น ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเวียนสลับรอบกิ่งก้านบริเวณปลายยอด ใบเป็นรูปรีแกมรูปขอบขนานแคบ ปลายแหลม โคนมน ขนาดของใบจะแคบเล็ก และสั้นกว่าใบมะม่วงทั่วไป เนื้อใบค่อนข้างหนา ผิวใบเรียบเป็นมัน สีเขียวสด ใบดกให้ร่มเงาดีมาก ดอก ออกเป็นช่อเชิงลดที่ปลายยอด แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก ดอกเป็นสีเหลืองอ่อนหรือสีเหลืองนวล มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ผลมีลักษณะกลมรี และยาวคล้ายผล มะม่วงมหาชนก แต่ปลายผลจะงอนน้อยกว่า ผลดิบเป็นสีเขียว รสชาติเปรี้ยวจัด และมีกลิ่นฉุนหรือกลิ่นหอมเฉพาะตัว ไม่นิยมรับประทานขณะผลดิบ ผลสุก เป็นสีส้มตลอดทั้งผล และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เมล็ดลีบและบางจัด เนื้อในเยอะ เป็นสีเหลืองทอง

การนำไปใช้ประโยนชน์

ผลสดแก่ รับประทานแก้คลื่นไส้อาเจียน วิงเวียน กระหายน้ำ ผลสุก หลังรับประทานแล้วล้างเมล็ดตากแห้ง ต้มเอาน้ำดื่ม หรือบดเป็นผง รับประทานแก้ท้องอืดแน่น ขับพยาธิ ใบสด 15–30 กรัม ต้มเอาน้ำดื่ม แก้ลําไส้อักเสบ เรื้อรัง ท้องอืดแน่น เอาน้ำต้มล้างบาดแผลภายนอกได้ เปลือกต้น ต้มเอาน้ำดื่ม แก้ไข้ตัวร้อน เปลือกผลดิบ คั่วรับประทานร่วมกับน้ำตาล แก้อาการปวดเมื่อยเมื่อมีประจําเดือน แก้ปวดประจําเดือน

แหล่งที่พบ

มะม่วงอกร่อง

มะม่วงอกร่อง

Manaifera indica Linn.

ชื่อวงศ์พรรณไม้

ไม้พุ่มยืนต้น สูงประมาณ 10 - 15 ม. ลำต้นตรง เรือนยอดกลม ทึบ ใบเดี่ยว การเกาะติดของใบบนกิ่งแบบเวียน ใบรูปหอกยาวแกมขอบขนาน ปลายเรียวแหลม โคนมนแหลม ออกดอกเดือนธันวาคม ถึง มกราคม ดอกออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ในช่อดอกหนึ่งๆ จะมีช่อย่อยหลายช่อ ดอกย่อยขนาดเล็กสีเหลืองอ่อน ก้านดอกสั้น ผลสุกเดือนพฤษภาคม ถึง มิถุนายน และมีพันธุ์ทวายซึ่งออกนอกฤดูกาล ผลเป็นแบบผลสด รูปทรง ขนาด และสีผิวแล้วแต่ชนิดพันธุ์นั้น ๆ บริโภคได้ทั้งผลดิบและผลสุก รสเปรี้ยว มัน และหวาน

การนำไปใช้ประโยนชน์

ผลสดแก่ รับประทานแก้คลื่นไส้อาเจียน วิงเวียน กระหายน้ำ ผลสุก หลังรับประทานแล้วล้างเมล็ดตากแห้ง ต้มเอาน้ำดื่ม หรือบดเป็นผง รับประทานแก้ท้องอืดแน่น ขับพยาธิ ใบสด 15–30 กรัม ต้มเอาน้ำดื่ม แก้ลำไส้อักเสบเรื้อรัง ท้องอืดแน่น เอาน้ำต้มล้างบาดแผลภายนอกได้ เปลือกต้น ต้มเอาน้ำดื่ม แก้ไข้ตัวร้อน เปลือกผลดิบ คั่วรับประทานร่วมกับน้ำตาล แก้อาการปวดเมื่อยเมื่อมีประจำเดือน แก้ปวดประจำเดือน

แหล่งที่พบ